ใครที่กำลังมองหาวิธีฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำวาว อิ่มฟู ดูสุขภาพดี Profhilo (โปรฟิลโล่) คือหนึ่งในนวัตกรรมฉีดบำรุงผิวที่มาแรงสุด ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า Profhilo คืออะไร ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับใครบ้าง ฉีดตรงไหนได้ และต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเห็นผล? บทความนี้กังนัมคลินิกมีคำตอบแบบครบจบ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังสนใจทำโปรแกรมโปรฟิลโล่
Profhilo คืออะไร?
Profhilo (โปรฟิลโล่) คือสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ความเข้มข้นสูง ใช้เพื่อฟื้นฟูผิวโดยตรง แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปเพราะไม่ได้ใช้เติมเต็มร่องลึก แต่ช่วยกระจายตัวทั่วผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Profhilo ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Profhilo อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ทำเลที่ตั้ง รวมถึงโปรโมชั่นที่จัดในช่วงนั้น ๆ โดยเฉลี่ย Profhilo filler price จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 – 30,000 บาท ต่อ 1 กล่อง (2 CC)
Profhilo 1 กล่อง มีกี่ CC
Profhilo แต่ละกล่องโดยมาตรฐานจะประกอบด้วย 1 prefilled syringe ขนาด 2 CC
Profhilo เหมาะกับใครบ้าง?
- เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด
- เหมาะกับผิวเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากให้ใบหน้ากระชับขึ้น
- เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ตามใบหน้า แต่ยังไม่อยากฉีดฟิลเลอร์
- เหมาะกับผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มเห็นสัญญาณผิวเสื่อมสภาพ
- เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง หลุมสิว หรือผิวไม่เรียบเนียน
- เหมาะกับผู้ที่อยากดูแลผิวโดยรวม ให้แข็งแรงจากภายใน โดยไม่เปลี่ยนโครงหน้า
Profhilo ฉีดยังไง? ฉีดจุดไหนได้บ้าง
การฉีด Profhilo จะใช้เทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า BAP Technique (Bio Aesthetic Point) โดยแพทย์จะฉีดในตำแหน่งที่ออกแบบมาเพื่อให้สารกระจายตัวทั่วใบหน้าได้อย่างสม่ำเสมอ
- แก้ม
ช่วยให้ผิวอิ่มฟู กระชับ และลดร่องแก้ม เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณแก้ม - ข้างจมูก
ปรับโครงสร้างผิวให้แน่น ลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวบริเวณข้างจมูกเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้น - มุมปาก
เพิ่มความชุ่มชื้น ลดร่องปากและริ้วรอยเล็ก ๆ ทำให้รอยยิ้มดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ - ใต้ตา
ลดความหมองคล้ำและริ้วรอยเล็ก ๆ ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใส อ่อนเยาว์ และไม่หย่อนยาน - แนวขากรรไกร
ทำให้กรอบหน้าชัดเจน ลดความหย่อนคล้อย ช่วยให้โครงหน้าดูเรียว กระชับ และสมส่วน - คอ
ลดร่องคอและความหย่อนคล้อย ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณคอ - หลังมือ
ช่วยให้ผิวมืออิ่มน้ำ ดูอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอยและเส้นเลือดที่เห็นชัด - แขน/ท้องแขน
ลดผิวแห้งและหย่อนคล้อย เติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวบริเวณแขนเรียบเนียนและกระชับ - หน้าอก/ช่วงอกบน
ฟื้นฟูผิวบริเวณที่บางและหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มฟู และสุขภาพดีขึ้น
Profhilo กับ Sculptra, Juvelook และ Radiesse ต่างกันอย่างไร
หลายคนสงสัยว่า Profhilo, Sculptra, Juvelook และ Radiesse ต่างกันอย่างไร เพราะทุกตัวเป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวและยกกระชับ แต่ละตัวก็มีจุดเด่นและวิธีใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ
- Profhilo: เติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวอิ่มฟู กระชับ และเรียบเนียน เหมาะกับผิวเริ่มหย่อนคล้อยหรือแห้งกร้าน
- Sculptra: เป็นไลโปฟิลเลอร์ชนิดกระตุ้นคอลลาเจน ใช้เพื่อเติมเต็มปริมาตรผิว เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยลึกหรือผิวหย่อนคล้อยมาก
- Juvelook: ฟิลเลอร์ชนิด HA ที่เน้นเติมเต็มร่องลึก ร่องแก้ม และปรับรูปหน้าให้เรียวสวย เหมาะกับผู้ที่อยากเห็นผลเร็วและชัดเจน
- Radiesse: ฟิลเลอร์ชนิด Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เน้นยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการยกกรอบหน้า
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ Profhilo เน้นฟื้นฟูผิวและชุ่มชื้นแบบธรรมชาติ, Sculptra และ Radiesse เน้นปรับโครงสร้างและยกกระชับ, ส่วน Juvelook เน้นเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าให้ชัดเจนนั่นเองค่ะ
Profhilo กี่วันเห็นผล
หลังฉีด Profhilo ผลลัพธ์เริ่มเห็นได้ตั้งแต่ 7–14 วัน ผิวจะค่อย ๆ อิ่มฟู ดูเนียนและชุ่มชื้นขึ้นชัดเจน โดยผลลัพธ์จะเห็นชัดเต็มที่หลัง 2–4 สัปดาห์
ข้อดีของ Profhilo ช่วยอะไรบ้าง
- ช่วยเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ทำให้ผิวอิ่มฟู สุขภาพดี
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวตึงกระชับ
- ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และความหมองคล้ำอย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้เรียบเนียน ลดรูขุมขนกว้างและหลุมสิว
เปรียบเทียบ Skinbooster vs Profhilo ต่างกันยังไง
Skinbooster กับ Profhilo ทั้งคู่เป็นการฉีดบำรุงผิวด้วย Hyaluronic Acid แต่ความแตกต่างอยู่ที่จุดประสงค์และผลลัพธ์
Skinboosterเน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวลึก ผิวจะฉ่ำวาว นุ่ม เรียบเนียน เหมาะกับคนที่ผิวแห้ง หมองคล้ำ หรืออยากฟื้นฟูเฉพาะจุด
ส่วนProfhiloนอกจากเติมน้ำแล้ว ยังช่วย กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวตึงกระชับ อิ่มฟู เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย หรืออยากฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรง
Profhilo อยู่ได้นานแค่ไหน
หากฉีด Profhilo ครบ 2 ครั้ง ภายใน 1 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง โดยทั่วไป แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุก 12 เดือน เพื่อรักษาผิวให้เรียบเนียน อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง
Profhilo แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไปอย่างไร?
หากฉีด Profhilo ครบ 2 ครั้ง ภายใน 1 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง โดยทั่วไป แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุก 12 เดือน เพื่อรักษาผิวให้เรียบเนียน อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง
1. Cross-linked HA
ฟิลเลอร์ทั่วไปมักเป็น Cross-linked HA ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าให้ชัดเจน เหมาะกับการแก้ไขริ้วรอยหรือปรับสัดส่วน แต่ไม่ได้เน้นฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวม
2. Non-Crosslinked HA
Profhilo เป็น Non-Crosslinked HA ความเข้มข้นสูง กระจายตัวทั่วผิวได้ดี ช่วยเติมน้ำ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวอิ่มฟู เรียบเนียน และกระชับขึ้นแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องการปรับรูปหน้า
ผลลัพธ์ของ Profhilo
ผลลัพธ์หลังฉีด Profhilo จะเริ่มเห็นผลภายใน 7–14 วัน สามารถสังเกตได้ว่าผิวเริ่มมีความชุ่มชื้น ดูสดใส และเปล่งปลั่งขึ้น ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดใน 1–2 เดือน เมื่อผิวได้รับการฟื้นฟูเต็มที่ ผิวจะมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้นมากขึ้น เรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยเล็ก ๆ รวมถึงรอยย่นจะค่อย ๆ จางลง ทำให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ฉีด Profhilo อันตรายไหม?
การฉีด Profhilo ถือว่าปลอดภัยถ้าทำโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เทคนิคที่ถูกต้อง เพราะ Profhilo เป็น Non-Crosslinked Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูง แต่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปใบหน้าแบบฟิลเลอร์
ฉีด Profhilo กี่ CC กี่ครั้งเห็นผล ?
โดยทั่วไป 1 กล่อง (2 CC) แนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงทนมากขึ้น
วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีด Profhilo
- ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน หรือวิตามิน E 1–2 วันก่อนฉีด เพื่อป้องกันรอยช้ำ
- หากมีโรคผิวหนังหรือการติดเชื้อที่ผิว ควรรักษาให้เรียบร้อยก่อนทำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
ขั้นตอนการฉีด Profhilo
- ทำความสะอาดผิวและแพทย์จะกำหนดตำแหน่งจุดฉีดตาม BAP Techniqe
- แพทย์จะฉีด Profhilo ลงผิวด้วยเข็มเล็กตามตำแหน่งที่กำหนด
- หลังฉีด แพทย์จะนวดเบา ๆ ให้สารกระจายตัวทั่วผิว
- ใช้เวลาไม่เกิน 30–45 นาทีต่อครั้ง และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด Profhilo
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขัดบริเวณที่ฉีด 24–48 ชั่วโมง
- ใช้ครีมบำรุงและกันแดดได้ตามปกติ
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และความร้อนจัด เช่น ซาวน่า ประมาณ 1–2 วัน
- หากมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อย ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสามารถหายได้เอง
ผลข้างเคียงของProfhiloมีอะไรบ้าง?
อาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็น บวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1–2 วัน
ข้อเสียของProfhiloมีอะไรบ้าง
- อาจเกิด บวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อย หลังฉีด ซึ่งมักหายเองภายใน 1–2 วัน
- ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าฟิลเลอร์สำหรับการเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้า
- ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ ทุก 6–12 เดือน
ใครบ้างไม่เหมาะกับโปรแกรมProfhilo
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการติดเชื้อหรือบาดแผลบริเวณผิวที่จะฉีด
- ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้ Hyaluronic Acid หรือส่วนประกอบของ Profhilo
- ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
เลือกฉีด Profhilo ที่ไหนดี ? 5 เช็กลิสต์ช่วยตัดสินใจ
การเลือกคลินิกฉีด Profhilo สำคัญมากต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ เรามาดู 5 ข้อเช็กลิสต์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้มั่นใจมากขึ้น
1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือความงาม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
2. ความน่าเชื่อถือของคลินิก
ตรวจสอบว่าคลินิกมีใบอนุญาตและรีวิวจริง เพื่อมั่นใจว่ามาตรฐานและบริการได้มาตรฐาน
3. คุณภาพของผลิตภัณฑ์
ใช้ Profhilo ของแท้และมีแหล่งที่มาชัดเจน เพื่อป้องกันอันตรายและได้ผลลัพธ์ตามมาตรฐาน
4. เทคนิคการฉีด
สอบถามว่าแพทย์ใช้ เทคนิค BAP หรือเทคนิคเฉพาะที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคน เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ
5. การดูแลหลังฉีด
เลือกคลินิกที่ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดและติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงสภาพผิวให้อิ่มฟูและเรียบเนียนอย่างยาวนาน
ทำไมหลาย ๆ คนถึงเลือกทำโปรแกรม Profhilo ที่กังนัมคลินิก
1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ทุกเคสได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
2. ใช้ Profhilo ของแท้
ที่กังนัมคลินิกใช้ Profhilo แท้จากแบรนด์ผู้ผลิตโดยตรง มั่นใจได้ในคุณภาพและมาตรฐานการรักษา
3. เทคนิคการฉีดทันสมัย
ใช้ BAP Technique และเทคนิคเฉพาะที่เหมาะกับผิวแต่ละบุคคล เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ ผิวอิ่มฟูและเรียบเนียน
4. การดูแลหลังฉีดครบวงจร
มีคำแนะนำและติดตามผลลัพธ์หลังฉีดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ เรียบเนียน และสุขภาพดีอย่างยาวนาน
รีวิว Profhilo
รวมคำถามที่เราพบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo
Profhilo เจ็บไหม?
การฉีด Profhilo มักรู้สึกเพียง จิ๊ด ๆ หรือร้อนเล็กน้อย ที่จุดฉีด ใช้เวลาไม่นาน และส่วนใหญ่สามารถทนได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา
Profhilo ของประเทศอะไร?
Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์จาก อิตาลี (Italy) ผลิตโดย IBSA Farmaceutici ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม Hyaluronic Acid มั่นใจได้ว่าของแท้ ปลอดภัย และมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล
Profhilo ช่วยรักษาหลุมสิวให้ลดลงได้ จริงไหม?
หลายคนสงสัยว่า Profhilo สามารถช่วยเรื่องหลุมสิวได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว Profhilo ไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมเต็มหลุมสิวโดยตรง แต่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวชั้นตื้นเรียบเนียนขึ้น หลุมสิวตื้น ๆ จึงดูดีขึ้น
แหล่งอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับโปรฟิลโล่
profhilo.
https://www.profhilo.co.uk/
thebeautydoctors. Profhilo Before & After: Realistic Results & What to Expect
https://thebeautydoctors.co.uk/blog/profhilo-before-and-after-results/
clevelandclinic. Hyaluronic Acid: What It Is, Benefits, How To Use & Side Effects
https://my.clevelandclinic.org/health/articles/22915-hyaluronic-acid
ncbi. Hyaluronic Acid.
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK482440/

