รวมเคล็ดลับแนวทาง รักษาสิว ที่ช่วยให้สิวและรอยสิวลดลงอย่างได้ผล

รักษาสิวด้วยตัวเอง ทำอย่างไรดี? ด้วยแนวทางที่คุณทำเองได้

รักษาสิว เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนปวดหัวเลยใช่ไหมละคะ ทั้งสิวอักเสบ และสิวที่ไม่มีการอักเสบ ที่กว่าจะรักษาให้ลดลงก็ใช้เวลานาน สำหรับคนไข้วัยต่างๆ ที่รักษาสิวแล้วไม่หายสักที บทความนี้Gangnam Clinic รวมวิธีรักษาสิวทั้งแบบรักษาด้วยตัวเองและการรักษาสิวโดยแพทย์มาให้ผู้ที่กำลังเป็นสิวแล้วค่ะ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกวิธีรักษาสิวให้เหมาะกับชนิดสิวที่กำลังเป็นมากที่สุดค่ะ!

Key Takeaways

  • การรักษาสิวเป็นการดูแลและแก้ไขปัญหาสิวให้ตรงกับสาเหตุ เพื่อช่วยลดสิวอักเสบ สิวอุดตัน รอยสิว และป้องกันการเกิดสิวซ้ำในอนาคต
  • การรักษารอยสิว มี 3 แบบหลัก ๆ ได้แก่ การใช้ยาหรือสกินแคร์ลดรอย การทำเลเซอร์เพื่อลดรอยแดงรอยดำ และการรักษาหลุมสิวด้วยหัตถการ
  • รักษาสิวด้วยตัวเองคือการดูแลผิวโดยใช้ผลิตภัณฑ์ลดสิว อย่างครีมลดสิวหรือใช้ยากินกับยาทารักษาสิว รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตเพื่อลดปัจจัยที่ทำให้สิวไม่หาย
  • วิธีรักษาสิวโดยแพทย์เป็นการรักษาสิวด้วยหัตถการต่างๆ ทางการแพทย์ที่มีแพทย์เป็นผู้วางแผนการรักษาให้ โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวและความรุนแรงของสิวแต่ละคนไข้ค่ะ
  • รักษาสิว รอยสิวด้วยเครื่อเลเซอร์โปรแกรม Pico Laser และโปรแกรม Diode Laser เป็นทางเลือกที่ช่วยดูแลปัญหาสิว รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ และฟื้นฟูผิวหลังรักษาสิวได้

การรักษาสิว คืออะไร

การรักษาสิว (Acne Treatment) คือ การรักษาและดูแลปัญหาสิว เพื่อช่วยลดสิว ลดการอักเสบ ควบคุมความมัน และป้องกันการเกิดสิวใหม่ ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนและลดโอกาสเกิดรอยสิวในอนาคต

การรักษาสิว และรอยสิวมีทั้งหมดกี่แบบ แบบใดบ้าง

การรักษาสิวและรอยสิวมีหลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

แนวทางการรักษาสิว และรอยสิว

1. การใช้ยาทา

เป็นวิธีรักษาสิวที่ได้รับความนิยมและเหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยยาทาจะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดการอักเสบ ควบคุมความมัน และลดการเกิดสิวใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ช่วยลดรอยแดงและรอยดำหลังสิวได้อีกด้วย

2. การรับประทานยา

เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบจำนวนมาก สิวเรื้อรัง หรือรักษาด้วยยาทาแล้วไม่ได้ผล โดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ ยาควบคุมฮอร์โมน หรือยาลดการทำงานของต่อมไขมัน เพื่อช่วยลดการเกิดสิวจากภายในร่างกายและควบคุมปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การทำหัตถการทางการแพทย์

เป็นการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น กดสิว ฉีดสิว เลเซอร์รักษาสิว เลเซอร์รอยสิว หรือทรีตเมนต์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดรอยสิว และช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อทำร่วมกับการรักษาวิธีอื่น

รักษาสิวด้วยตัวเอง ดีหรือไม่?

การรักษาสิวด้วยตัวเองสามารถช่วยลดสิวในระยะเริ่มต้นได้ หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและดูแลผิวอย่างถูกวิธี แต่ถ้าสิวอักเสบหนัก ขึ้นซ้ำไม่หาย หรือเริ่มมีรอยสิว การรักษาเองอาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร และอาจทำให้สิวเห่อมากขึ้นได้

ข้อควรรู้เพื่อพิจารณาเลือกรักษาสิว วิธีไหนดี

1. ประเภทและความรุนแรงของสิว

สิวแต่ละชนิดมีวิธีรักษาแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวฮอร์โมน ดังนั้นควรประเมินให้ชัดก่อนว่ากำลังเจอสิวประเภทไหน เพื่อเลือกการรักษาได้ตรงจุด

2. สาเหตุของการเกิดสิว

สิวอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด การนอนดึก หรือการใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับผิว การรักษาที่ดีควรแก้ไขที่ต้นเหตุร่วมด้วย ไม่ใช่แค่รักษาที่ปลายเหตุ

3. ระยะเวลาและผลลัพธ์ที่ต้องการ

บางวิธีอาจค่อย ๆ เห็นผลในระยะยาว ขณะที่บางหัตถการช่วยให้สิวยุบไวขึ้น การเลือกวิธีรักษาจึงควรสอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

4. งบประมาณในการรักษา

การรักษาสิวมีหลายทางเลือก ตั้งแต่การใช้ยา สกินแคร์ ไปจนถึงหัตถการและเลเซอร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน การวางแผนงบประมาณให้เหมาะสมจะช่วยให้สามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่องและเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

สิวแบบไหนเหมาะกับการรักษาด้วยตัวเอง และสิวแบบไหนควรพบแพทย์

สิวอุดตัน

  • รักษาด้วยตัวเอง : เหมาะ เพราะเป็นสิวที่ยังไม่มีการอักเสบรุนแรง สามารถใช้ยาทาสิวหรือสกินแคร์ที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการดูแลผิวอย่างเหมาะสมได้
  • พบแพทย์ : ยังไม่จำเป็น หากมีสิวอุดตันเพียงเล็กน้อยและสามารถควบคุมได้ด้วยการดูแลตัวเอง แต่หากสิวขึ้นซ้ำจำนวนมากหรือเริ่มอักเสบ ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา

สิวหัวช้าง

  • รักษาด้วยตัวเอง : ไม่เหมาะ เพราะเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง การบีบหรือกดเองอาจทำให้อักเสบมากขึ้น เจ็บมากขึ้น และเสี่ยงเกิดหลุมสิวได้
  • พบแพทย์ : ควรพบ เพราะแพทย์สามารถประเมินความรุนแรงและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น การฉีดสิวหรือการใช้ยา เพื่อลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว

สิวผด

  • รักษาด้วยตัวเอง : เหมาะ เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากเหงื่อ ความร้อน หรือการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์บางชนิด แค่ปรับการดูแลผิวก็อาจดีขึ้นได้
  • พบแพทย์ : ควรพบเมื่ออาการไม่ดีขึ้น เพราะสิวผดบางกรณีอาจมีสาเหตุมาจากเชื้อรา การแพ้ หรือปัญหาผิวอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาเฉพาะทาง

สิวอักเสบ

  • รักษาด้วยตัวเอง : ไม่ค่อยเหมาะ เพราะสิวอักเสบมีการติดเชื้อและการอักเสบภายในผิว หากดูแลไม่ถูกวิธีหรือบีบสิวเอง อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและเกิดรอยสิวตามมาได้
  • พบแพทย์ : ควรพบ เพราะการรักษาโดยแพทย์จะช่วยควบคุมการอักเสบได้ตรงจุด ลดโอกาสเกิดรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวในระยะยาว

สิวหิน

  • รักษาด้วยตัวเอง : ไม่เหมาะ เพราะสิวหินเป็นก้อนไขมันหรือแคลเซียมสะสมใต้ผิวหนัง ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยยาทาหรือการบีบออกเอง
  • พบแพทย์ : ควรพบ เพราะต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์ในการกำจัดออกอย่างถูกวิธี เพื่อลดการบาดเจ็บของผิวหนัง

สิวข้าวสาร

  • รักษาด้วยตัวเอง : ไม่เหมาะ เพราะสิวข้าวสารเป็นถุงเคราตินขนาดเล็กใต้ผิวหนัง การแกะหรือกดเองมักไม่สามารถเอาออกได้หมด และอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
  • พบแพทย์ : ควรพบ เพราะแพทย์สามารถกำจัดสิวข้าวสารได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นบนผิวหนัง

รักษาสิวกี่ครั้ง ถึงจะหาย?

หลายคนอยากรู้ว่ารักษาสิวกี่ครั้งถึงจะหาย การรักษาสิวไม่สามารถระบุจำนวนครั้งที่แน่นอนได้ เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของสิว ความรุนแรง และสภาพผิวของแต่ละคน บางคนอาจเริ่มเห็นว่าสิวดีขึ้นภายใน 1-2 เดือน แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบหนักหรือสิวเรื้อรัง อาจต้องใช้เวลารักษาต่อเนื่องหลายเดือน

10 วิธี รักษาสิวด้วยตัวเอง

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีสิวไม่มากหรือเพิ่งเริ่มมีปัญหาสิว สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีดูแลสิวเบื้องต้น เรามี 10 วิธีที่ทำตามได้ง่ายและปลอดภัย ดังนี้

1. ล้างหน้าให้สะอาด

การล้างหน้าเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว เพราะช่วยกำจัดความมัน สิ่งสกปรก และคราบเครื่องสำอางที่อาจอุดตันรูขุมขน ควรล้างวันละ 2 ครั้ง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว

  • ราคา : ประมาณ 100 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์
  • ข้อดี : ช่วยลดความมันและลดโอกาสเกิดสิวอุดตัน
  • เหมาะกับใคร : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนผิวมันและเป็นสิวง่าย

2. ใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับปัญหาสิว

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยลดสิว เช่น Salicylic Acid, Benzoyl Peroxide, Niacinamide หรือ Tea Tree Oil เพื่อช่วยลดการอุดตันและลดการอักเสบของสิว

  • ราคา : ประมาณ 200 – 2,000 บาท
  • ข้อดี : ช่วยลดสิวและป้องกันสิวเกิดใหม่
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอุดตันหรือสิวอักเสบเล็กน้อย

3. ทาครีมกันแดด

แสงแดดสามารถกระตุ้นให้รอยสิวเข้มขึ้นและทำให้ผิวอ่อนแอได้ การทากันแดดเป็นประจำจึงช่วยปกป้องผิวและลดปัญหารอยดำหลังสิว

  • ราคา : ประมาณ 200 – 1,500 บาท
  • ข้อดี : ลดโอกาสเกิดรอยดำและปกป้องผิวจากรังสี UV
  • เหมาะกับใคร : ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีรอยสิว

4. ทาครีมลดรอยสิว

ครีมลดรอยสิวช่วยลดเลือนรอยแดงและรอยดำที่เกิดหลังสิวหาย ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

  • ราคา : ประมาณ 200 – 1,500 บาท
  • ข้อดี : ช่วยให้รอยสิวจางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีรอยแดงหรือรอยดำจากสิว

5. มาสก์หน้าลดสิว

การมาสก์หน้าสามารถช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน ปลอบประโลมผิว และลดความรู้สึกระคายเคืองจากสิวได้

  • ราคา : ประมาณ 20 – 500 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยให้ผิวสดชื่นและลดความมันบนใบหน้า
  • เหมาะกับใคร : คนผิวมันหรือมีสิวอุดตัน

6. สครับหน้าลดรอยสิว

การสครับช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่ไม่ควรสครับบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

  • ราคา : ประมาณ 100 – 1,000 บาท
  • ข้อดี : ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและดูสดใสขึ้น
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่ไม่มีสิวอักเสบและต้องการลดความหมองคล้ำ

7. งดน้ำตาลและอาหารกระตุ้นสิว

อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารทอด หรือเครื่องดื่มหวาน ๆ อาจกระตุ้นให้สิวเห่อในบางคน การลดอาหารกลุ่มนี้อาจช่วยให้สิวดีขึ้นได้

  • ราคา : ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ข้อดี : ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิวจากภายใน
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่เป็นสิวเรื้อรังหรือสิวขึ้นบ่อย

8. รับประทานอาหารที่ดีต่อผิว

ควรเพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวิตามินสูง เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบของสิว

  • ราคา : ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหาร
  • ข้อดี : ช่วยดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอก
  • เหมาะกับใคร : ทุกคนที่ต้องการดูแลสุขภาพผิว

10. การรักษาสิวด้วยยา

การรักษาสิวด้วยยา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยควบคุมและลดการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจใช้ทั้งยาทา ยารับประทาน (ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์) ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับชนิดของสิว ความรุนแรง และสภาพผิวของแต่ละคน

  • ราคา : ประมาณ 500 – 5,000 บาทขึ้นไป
  • ข้อดี : ช่วยลดสิวได้ตรงจุดและเห็นผลชัดเจนกว่าการดูแลผิวทั่วไป
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวเรื้อรัง หรือรักษาด้วยตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น

วิธี รักษาสิวโดยแพทย์

วิธีรักษาสิวโดยแพทย์เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวขึ้นซ้ำเรื้อรัง หรือดูแลรักษาด้วยตัวเองแล้วสิวยังไม่ดีขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากการรักษาเองอย่างมาก และปัจจุบันมีหลายวิธีให้เลือก ดังนี้ค่ะ

1. กดสิว

การกดสิวเป็นหัตถการที่ช่วยนำสิวที่ไม่อักเสบออกจากรูขุมขนโดยใช้อุปกรณ์เฉพาะ เพื่อลดการสะสมของสิ่งอุดตันที่อาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบในอนาคต โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะทำความสะอาดผิวและกดสิวออกอย่างถูกวิธี ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นและเห็นผลได้ทันทีหลังทำ

  • ราคา : ประมาณ 200 – 1,500 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยกำจัดสิวอุดตันได้รวดเร็ว เห็นผลทันทีหลังทำ
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอุดตัน สิวหัวปิด หรือสิวหัวเปิดจำนวนมาก

2. ฉีดสิว

เป็นการฉีดยาเข้าสู่บริเวณสิวอักเสบโดยตรง เพื่อช่วยลดอาการบวมแดงและการอักเสบของสิวเม็ดใหญ่ ทำให้สิวยุบเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดรอยหรือแผลเป็นจากสิว

  • ราคา : ประมาณ 100 – 500 บาท/จุด
  • ข้อดี : สิวยุบไว ลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง

3. ทรีตเมนต์ลดสิว

เป็นการดูแลผิวหน้าด้วยขั้นตอนเฉพาะที่ช่วยลดความมัน สิ่งสกปรก และปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดสิว พร้อมฟื้นฟูสมดุลผิวให้แข็งแรงขึ้น เช่น ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ลดความมัน และเติมความชุ่มชื้น

  • ราคา : ประมาณ 500 – 3,000 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยฟื้นฟูผิว ลดความมัน และลดการอุดตัน
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวเล็กน้อยถึงปานกลางและต้องการดูแลผิวควบคู่ไปกับการรักษา

4. การผลัดเซลล์ผิว

เป็นการใช้กรดผลไม้หรือสารเคมีทางการแพทย์เพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดสิวอุดตัน และทำให้รอยดำจากสิวจางลง

  • ราคา : ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยลดสิวอุดตันและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอุดตัน รอยดำจากสิว หรือผิวไม่เรียบเนียน

5. เลเซอร์สิวด้วย Co2 laser

เลเซอร์ CO2 นิยมใช้รักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็นจากสิว โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ทำให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูและเรียบเนียนขึ้น โดยแพทย์จะยิงเลเซอร์ลงในบริเวณที่มีปัญหาเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ

  • ราคา : ประมาณ 3,000 – 15,000 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยลดหลุมสิวและปรับผิวให้เรียบเนียน
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นจากสิว

6. ทำโปรแกรม Vbeam laser

Vbeam Laser เป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหารอยแดงสิวและลดการอักเสบของเส้นเลือดใต้ผิว ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น โดยพลังงานเลเซอร์จะถูกส่งไปยังเส้นเลือดที่เป็นสาเหตุของรอยแดงโดยไม่ทำลายผิวบริเวณรอบข้าง

  • ราคา : ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยลดรอยแดงจากสิวได้ดีและฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีรอยแดงหลังสิวหรือผิวแดงง่าย

7. ฉายแสงรักษาสิว

เป็นการใช้แสงสีฟ้า สีแดงเฉพาะช่วงคลื่นเพื่อช่วยลดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวและลดการอักเสบของผิว ทำให้สิวค่อย ๆ ดีขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น

  • ราคา : ประมาณ 500 – 3,000 บาท/ครั้ง
  • ข้อดี : ช่วยลดสิวอักเสบโดยไม่ต้องพักฟื้น
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีสิวอักเสบระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

ข้อควรระวังที่ไม่ควรทำ หากอยากรักษาสิวให้ดีขึ้น

  • ไม่บีบหรือแกะสิวเอง เพราะอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น เสี่ยงเกิดรอยดำและหลุมสิว
  • ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และผลิตน้ำมันมากขึ้น
  • ไม่ใช้สกินแคร์หลายตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวหรือกรดเข้มข้น
  • ไม่เข้านอนทั้งที่ยังแต่งหน้า เพราะสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางอาจอุดตันรูขุมขน
  • ไม่จับหรือสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เพราะมืออาจมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกสะสมอยู่
  • ไม่รับประทานอาหารหวานหรือของทอดมากเกินไป เพราะอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้สิวเห่อในบางคน

หลังรักษาสิว ควรดูแลผิวอย่างไร ไม่ให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ

  • ล้างหน้าให้สะอาดเช้า-เย็น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันรอยสิวเข้มขึ้นและปกป้องผิวจากรังสี UV
  • เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic) เพื่อลดโอกาสเกิดสิวใหม่
  • เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าเช็ดหน้าเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
  • พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ หากอยู่ระหว่างการรักษา เพื่อประเมินผลและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

สิว คืออะไร

สิว คือ ปัญหาผิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับความมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นสิวหลายรูปแบบ เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือสิวผด

สิว เกิดจากอะไร

สิวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการผลิตน้ำมันของผิวมากเกินไป การอุดตันของรูขุมขน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด การนอนดึก รวมถึงการใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งในแต่ละคนอาจมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกัน

รักษาสิว 7 วัน ได้หรือไม่

หากเป็นสิวอักเสบเล็กน้อยหรือสิวที่เพิ่งเริ่มขึ้น อาจเห็นว่าสิวยุบลงหรืออาการดีขึ้นได้ภายใน 7 วัน แต่หากเป็นสิวอักเสบจำนวนมาก สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรัง มักต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่านั้น

รักษาสิว ถูกและดี รักษาหายจริงไหม

การรักษาสิวไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป หากเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับปัญหาสิวของตัวเอง ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและตรงสาเหตุ

รอยสิวกับหลุมสิวต่างกันอย่างไร

รอยสิว คือ รอยแดงหรือรอยดำที่เหลืออยู่หลังสิวหาย ซึ่งเกิดจากการอักเสบของผิวหนัง โดยส่วนใหญ่มักค่อย ๆ จางลงได้ตามเวลา ส่วนหลุมสิว คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวเกิดเป็นร่องหรือแอ่งลงไป ซึ่งมักไม่สามารถหายได้เองและอาจต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์ช่วยรักษา

สิวหายได้ไหม?

สิวสามารถรักษาให้หายหรือดีขึ้นและควบคุมอาการได้ แต่ระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดของสิว ความรุนแรง และการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

รักษาสิว กี่วันถึงจะดีขึ้น

โดยทั่วไปสิวอาจเริ่มดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์หลังเริ่มรักษา แต่หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน มักใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน

สรุป

หมอจะสรุปให้ง่ายๆนะคะ การรักษาสิวให้เห็นผลไม่ใช่แค่ทำให้สิวยุบเร็ว แต่คนไข้ต้องเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับปัญหาสิวของตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็น การใช้ยา หรือหัตถการทางการแพทย์ รวมถึงดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดการเกิดสิวซ้ำในระยะยาวนั่นเองค่ะ

สำหรับผู้ที่รักษาสิวจนสิวดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีปัญหารอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวหลงเหลืออยู่ การดูแลต่อเนื่องด้วยหัตถการทางการแพทย์จะช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ กังนัมคลินิก มีทั้ง โปรแกรม เลเซอร์สิว Pico Laser ที่ช่วยลดรอยสิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น รวมถึง โปรแกรม Diode Laser ที่ช่วยลดการอักเสบของสิว ลดความมันของผิว และลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีปัญหาสิวและรอยสิวควบคู่กัน สนใจสอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ Line ID : @gangnamclinic

nhs. Treatment.
https://www.nhs.uk/conditions/acne/treatment/

aad. How dermatologists treat acne.
https://www.aad.org/public/diseases/acne/derm-treat

pmc.ncbi.nlm. – Acne treatment: research progress and new perspectives.
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11266290/

กังนัมคลินิกขอขอบคุณทุกท่าน ที่ไว้วางใจ ให้เราช่วยดูแล

IDOL Review

ติดต่อกังนัมคลินิกทั้ง 43 สาขา
สะดวกสาขาไหนนัดได้เลยค่ะ ออนนี่รออยู่

กังนัมคลินิก 43 สาขา

กังนัมคลินิก สาขาสยามแควร์วัน ชั้น 6 ใกล้ธนาคารออมสิน
โทรศัพท์ : 090-665-3616. 091-196-6635. (Siam Square One)

ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตชั้น 3 โซนโรบินสัน
โทรศัพท์ : 093-626-2323. 093-669-2323. (Future Park Rangsit)

เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะชั้น 3 ใกล้ Dairy Queen
โทรศัพท์ : 082-461-9223. 082-461-9123. (Central Chaengwattana)

เมเจอร์ปิ่นเกล้าชั้น 2 ติด Never Say Cutzc
โทรศัพท์ : 084-228-3233. 084-238-3233. (Major Pinklao)

เซ็นทรัลปิ่นเกล้าชั้น 3 ใกล้วัตสัน
โทร : 062-396-2323. 062-359-2323. (Central Pinklao)

ชั้น 3 โซนกลาง ตรงข้ามกสิกร
โทร : 082-495-9123. 082-495-9132. (Seacon Square Srinakarin)

เซนทรัลลาดพร้าว ชั้น11 ติด Edufirst
โทรศัพท์ : 093-269-2323. 093-664-2323. (Central Ladprao)

(ติดแฟชั่นไอซ์แลนด์) ชั้น 3 ติดธนาคารกรุงไทย
โทรศัพท์ : 094-942-6932. 084-269-4536. (The Promenade)

เซ็นทรัลพระราม 2 ชั้น 3 ติดร้านชาตรามือ
โทรศัพท์ : 062-463-2323. 092-662-2323. (Central Rama 2)

สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 5 ติดธนาคารกสิกรไทย
โทรศัพท์ : 062-498-2323. 062-449-2323. (Silom Complex)

เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 9 หน้าบันไดเลื่อน
โทรศัพท์ : 065-2462323 093-2452323 (CentralPlaza Grand Rama 9)

เซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 4 ใกล้ธนาคารกรุงศรี
โทรศัพท์ : 092-3592323 092-4692323

เดอะมอลล์ ท่าพระ ชั้น 11 ติดกับคลินิกกายภาพ
โทรศัพท์ : 065-4492323 098-5292323

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 3 ใกล้ Fitness First
โทรศัพท์ : 063-6492323 062-5982323

ห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ชั้น 14 ตรงข้ามห้องประชุม
โทรศัพท์ : 092-6492323 098-4452323

ห้างซีคอนบางแค ชั้น 3 ใกล้ banana IT
โทรศัพท์ : 062-529-2323. 062-395-2323.

ห้างเซ็นทรัลเวสเกต ชั้น 2 ตรงข้ามวัตสัน
โทรศัพท์ : 098-469-2323. 098-426-2323.

ห้างเซ็นทรัลศาลายา ชั้น2 โซน Fashion Plus
โทรศัพท์ : 063-265-2323. 064-936-2323.

เทอมินอล 21 ชั้น ชั้น 3 โซน Japan
โทรศัพท์ : 062-4522323. 063-615-2323.

เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ชั้น4 โซน B
โทรศัพท์ : 065-614-1695. 093-226-2323.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี ชั้น 3
โทรศัพท์ : 061-496-2323.

ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-553-2323.

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช ชั้น 2
โทรศัพท์ : 098-245-2323.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 061-538-2323, 062-352-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทรา ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-495-2323, 092-946-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยุธยา ชั้น 1
โทรศัพท์ : 098-693-2323, 098-696-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 3
โทรศัพท์ : 063-238-2323, 092-952-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 092-952-2323, 093-516-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น 2
โทรศัพท์ : 063-269-2323, 063-263-2323

ศูนย์การค้าเดอะมอลบางกะปิ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 061-554-2323, 062-425-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-9162323, 093-2492323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-3942323, 092-3922323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบลราชธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-4962323, 062-4642323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-4592323, 062-4262323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์
โทรศัพท์ : 092-5192323, 092-5262323

ศูนย์การค้เซ็นทรัลระยอง
โทรศัพท์ : 064-9352323 , 065-2642323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม
โทรศัพท์ : 063-6192323 , 065-5322323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์ : 0636452323, 0616152323

กังนัมคลินิก สาขาสยามแควร์วัน ชั้น 6 ใกล้ธนาคารออมสิน
โทรศัพท์ : 090-665-3616. 091-196-6635. (Siam Square One)

ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตชั้น 3 โซนโรบินสัน
โทรศัพท์ : 093-626-2323. 093-669-2323. (Future Park Rangsit)

เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะชั้น 3 ใกล้ Dairy Queen
โทรศัพท์ : 082-461-9223. 082-461-9123. (Central Chaengwattana)

เมเจอร์ปิ่นเกล้าชั้น 2 ติด Never Say Cutzc
โทรศัพท์ : 084-228-3233. 084-238-3233. (Major Pinklao)

เซ็นทรัลปิ่นเกล้าชั้น 3 ใกล้วัตสัน
โทร : 062-396-2323. 062-359-2323. (Central Pinklao)

ชั้น 3 โซนกลาง ตรงข้ามกสิกร
โทร : 082-495-9123. 082-495-9132. (Seacon Square Srinakarin)

เซนทรัลลาดพร้าว ชั้น11 ติด Edufirst
โทรศัพท์ : 093-269-2323. 093-664-2323. (Central Ladprao)

(ติดแฟชั่นไอซ์แลนด์) ชั้น 3 ติดธนาคารกรุงไทย
โทรศัพท์ : 094-942-6932. 084-269-4536. (The Promenade)

เซ็นทรัลพระราม 2 ชั้น 3 ติดร้านชาตรามือ
โทรศัพท์ : 062-463-2323. 092-662-2323. (Central Rama 2)

สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 5 ติดธนาคารกสิกรไทย
โทรศัพท์ : 062-498-2323. 062-449-2323. (Silom Complex)

เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 9 หน้าบันไดเลื่อน
โทรศัพท์ : 065-2462323 093-2452323 (CentralPlaza Grand Rama 9)

เซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 4 ใกล้ธนาคารกรุงศรี
โทรศัพท์ : 092-3592323 092-4692323

เดอะมอลล์ ท่าพระ ชั้น 11 ติดกับคลินิกกายภาพ
โทรศัพท์ : 065-4492323 098-5292323

เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 3 ใกล้ Fitness First
โทรศัพท์ : 063-6492323 062-5982323

ห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ชั้น 14 ตรงข้ามห้องประชุม
โทรศัพท์ : 092-6492323 098-4452323

ห้างซีคอนบางแค ชั้น 3 ใกล้ banana IT
โทรศัพท์ : 062-529-2323. 062-395-2323.

ห้างเซ็นทรัลเวสเกต ชั้น 2 ตรงข้ามวัตสัน
โทรศัพท์ : 098-469-2323. 098-426-2323.

ห้างเซ็นทรัลศาลายา ชั้น2 โซน Fashion Plus
โทรศัพท์ : 063-265-2323. 064-936-2323.

เทอมินอล 21 ชั้น ชั้น 3 โซน Japan
โทรศัพท์ : 062-4522323. 063-615-2323.

เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ชั้น4 โซน B
โทรศัพท์ : 065-614-1695. 093-226-2323.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี ชั้น 3
โทรศัพท์ : 061-496-2323.

ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-553-2323.

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช ชั้น 2
โทรศัพท์ : 098-245-2323.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 061-538-2323, 062-352-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทรา ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-495-2323, 092-946-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยุธยา ชั้น 1
โทรศัพท์ : 098-693-2323, 098-696-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 3
โทรศัพท์ : 063-238-2323, 092-952-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 092-952-2323, 093-516-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น 2
โทรศัพท์ : 063-269-2323, 063-263-2323

ศูนย์การค้าเดอะมอลบางกะปิ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 061-554-2323, 062-425-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-9162323, 093-2492323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-3942323, 092-3922323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบลราชธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-4962323, 062-4642323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-4592323, 062-4262323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์
โทรศัพท์ : 092-5192323, 092-5262323

ศูนย์การค้เซ็นทรัลระยอง
โทรศัพท์ : 064-9352323 , 065-2642323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม
โทรศัพท์ : 063-6192323 , 065-5322323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์ : 0636452323, 0616152323

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ชัน 1
โทรศัพท์ : 098-994-2323, 098-894-2323

ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 0659532323, 0922622323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี ชั้น 1

โทร.095-269-2323, 095-239-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกระบี่ ชั้น G
โทร.092-628-2323, 092-536-2323

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก ชั้น 2

มหานครคิวบ์ ชั้น 5
โทรศัพท์ : 062-2462323