✅ ลดได้ทั้งไขมันทุกสัดส่วน
✅ ไม่ต้องคุมอาหาร ไม่ต้องออกกำลังกาย
✅ ฉีดสัปดาห์ละครั้ง สะดวก ไม่เจ็บ
✅ หมอดูแลอย่างใกล้ชิดทุกเคส
Q : Slimera คืออะไร?
A : ยาฉีดรายสัปดาห์สำหรับควบคุมน้ำหนัก ได้รับการรับรองจาก FDA และ อย. ไทย
Q : เหมาะกับใคร?
A : เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน
Q : ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
A : ส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลภายใน 4 สัปดาห์ ฉีดสัปดาห์ละครั้งต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำ
Q : ปลอดภัยแค่ไหน ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
A : ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ อาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยช่วงแรก
ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก จัดเป็นอีกนวัตกรรมตัวช่วยควบคุมน้ำหนักของร่างกายที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้คนหมู่มากในขณะนี้ แต่ทั้งนี้ก็ถือว่ายังมีความคนที่สงสัยอยู่ว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม ลดได้อย่างไร และมีความอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ดังนั้นในบทความนี้เราเลยได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปากกาลดน้ำหนักมาไว้ให้แล้ว
ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร
ปากกาลดน้ำหนัก คือหนึ่งในกลุ่มยาลดน้ำหนักในรูปแบบของแท่งคล้ายรูปทรงของปากกามาพร้อมกับเข็มขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อใช้ในการส่งตัวยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดน้ำหนักนั่นเอง
กลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก
เนื่องด้วยตัวยาได้มีการออกแบบมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของระบบฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สามารถพบได้ในร่างกาย ซึ่งหน้าที่หลักของฮอร์โมนตัวนี้ก็คือการกระตุ้นทำให้ร่างกายรู้สึกถึงความอิ่ม และกระตุ้นการหลังของสารอินซูลินที่มีหน้าที่ในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย
ดังนั้นจึงทำให้หลังจากที่ใช้ปากกาลดน้ำหนักไปแล้วตัวยาจะเข้าไปออกฤทธิ์ในการควบคุมสมองเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารให้ลดน้อยลง หรือรู้สึกไม่ค่อยหิว อิ่มนาน และยังไปช่วยออกฤทธิ์ต่อระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ช้าลง จึงรู้สึกถึงความอิ่มเร็วและอิ่มนานมากยิ่งขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

- เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักร่างกายที่ต้องการความสะดวก และปลอดภัย
- เหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมอาหารด้วยการทาน IF และต้องการหาตัวช่วยที่จะทำให้รู้สึกอิ่มยาวนานมากยิ่งขึ้น
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ไว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควบคู่กับวิธีอื่น ๆ เช่นการออกกำลังกาย
- เหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือมีระดับดัชนีมวลกายมากกว่า 30
- เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันสูง มีภาวะไขมันพอกตับ
- เหมาะกับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
การใช้ปากกาลดน้ำหนักอันตรายหรือไม่
ปัจจุบันการใช้ปากกาลดน้ำหนักถือว่าไม่มีความอันตรายใด ๆ เลยหากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่าตัวยาในปากกาลดน้ำหนักอย่าง นั้นได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากอย.อเมริกา (US FDA) และผ่านการรับรองความปลอดภัยจากกรมอาหารและยาของไทย (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีผลสำรวจ งานวิจัยที่เข้ามาช่วยรองรับถึงความปลอดภัยและการเห็นผลลัพธ์หลังทำอีกหลายฉบับด้วยกัน
ปากกาลดน้ำหนักต้องฉีดตัวยาครั้งละกี่ mg
ในการฉีดปากกาลดน้ำหนักนั้นจะใช้การฉีดอยู่ที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยในช่วงระยะเริ่มต้นของการใช้ปากกาลดน้ำหนักจะต้องมีการเริ่มปริมาณตัวยาในระดับน้อย ๆ ก่อนจากนั้นถึงจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณตัวยาให้มากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและช่วยลดอาการผลข้างเคียง ดังนี้
- สัปดาห์ที่ 1-4 : ใช้ปริมาณตัวยา 0.25 mg /สัปดาห์
- สัปดาห์ที่ 5 : เพิ่มตัวยาเป็น 0.5 mg /สัปดาห์
- สัปดาห์ที่ 6 : เพิ่มตัวยา 1 mg /สัปดาห์
และในสัปดาห์ที่ 7, 8 เป็นต้นไปก็จะมีการเพิ่มปริมาณตัวยาให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลนั่นเอง แต่ทั้งนี้ก่อนจะต้องให้แพทย์เป็นผู้คำนวณปริมาณตัวยาให้อีกครั้ง เนื่องจากค่าน้ำหนัก ส่วนสูง อายุของคนไข้แต่ละคนจะส่งผลต่อการใช้ปริมาณยาในแต่ละครั้งด้วย
ตำแหน่งที่ใช้ในการฉีดปากกาลดน้ำหนัก

สำหรับการใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นจะเป็นการใช้ฉีดในตำแหน่งที่เป็นชั้นไขมัน ซึ่งตำแหน่งที่เป็นที่นิยมก็คือ
- หน้าท้อง
- ใต้ท้องแขน
- ต้นขา
ซึ่งในการฉีดแต่ละครั้งนั้นแพทย์จะแนะนำให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งที่ใช้ฉีดหรือไม่ควรฉีดในตำแหน่งเดิมติดต่อกันเช่น สัปดาห์นี้ฉีดที่ใต้ท้องแขนซ้าย สัปดาห์หน้าฉีดที่ใต้ท้องแขนขวา สัปดาห์ต่อไปฉีดหน้าท้องมีการสลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดอาการ “ไตแข็งหรือมีก้อนแข็ง ๆ ในชั้นผิว” และควรมีการเว้นระยะในการฉีดให้ห่างจากตำแหน่งเดิมอย่างน้อย 2 เซนติเมตรนั่นเอง
ข้อมูลรายละเอียดวิธีการใช้งานปากกาลดน้ำหนัก
ต่อไปเรามาดูกันบ้างว่าวิธีการใช้งานของปากกาลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง และหลังใช้ควรจะต้องเก็บรักษาอย่างไร หรือควรเตรียมตัวยังไงบ้างก่อนใช้
รู้จักส่วนประกอบของปากกาลดน้ำหนัก
1. ฝาปากกา : เป็นหัวฝาที่จะช่วยปิดส่วนหัวเข็มและตัวยาเอาไว้ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมใด ๆ เข้าไปทำลายตัวยา
2. หัวเข็ม : เป็นหัวเข็มขนาดเล็กมาก ๆ มาในลักษณะหัวเกลียว สามารถถอดออกได้ เนื่องจากในหัวเข็มจะมีการใส่สารหล่อลื่นเข้ามาเพื่อช่วยทำให้ฉีดง่ายขึ้นและช่วยลดความเจ็บได้ แต่เมื่อใช้ไป 3-4 ครั้งตัวสารหล่อลื่นจะหมดไปจึงทำให้ต้องเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ในทุก 3-4 วัน ซึ่งหัวเข็มจะมีที่ครอบสีขาวมาช่วยปิดหัวเข็มหลังใช้งานอีกหนึ่งรอบ
3. หลอดยา : จะเป็นแท่งแก้วสีใสทำให้สามารถมองเห็นตัวยาและปริมาณตัวยาที่คงเหลือในหลอดยาได้ นอกจากนั้นมองเห็นได้ด้วยความตัวยาได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรืออยู่ในภาวะตกตะกอนก่อนใช้หรือไม่
4. ด้ามปากกา : จะเป็นส่วนด้ามที่มีการแปะฉลากชื่อผลิตภัณฑ์หรือฉลากกำกับยา
5. แถบแสดงจำนวนปริมาณตัวยา : จะเป็นตัวเลขที่มีหน่วยเป็นมิลลิกรัม (mg) ซึ่งตัวจะเลขจะเปลี่ยนไปตามตัวหมุนปรับปริมาณยาทำหน้าที่คล้ายกับหน้าปัดนาฬิกา
6. ตัวหมุนปรับปริมาณยา : จะทำหน้าที่ในคล้ายกับกระดุมนาฬิกาที่เราจะต้องหมุนปรับเปลี่ยนตัวเลขปริมาณตัวยาที่จะใช้ฉีดในแต่ละครั้ง
7. ปุ่มกดฉีดตัวยา : จะเป็นปุ่มกดที่จะต้องทำกดยิงเพื่อปล่อยตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมัน ซึ่งปุ่มดังกล่าวจะมีการล็อคตัวอยู่เราจึงจะต้องดึงเอาปุ่มออกจากตัวล็อกและกดยิงเมื่อครบโดสยาปุ่มจะกลับไปล็อคอีกครั้ง
วิธีการใช้งานปากกาลดน้ำหนัก
- เปิดฝาปากกาออก
- ดูตัวยาว่ามีการตกตะกอนแยกชั้นไหม ถ้าใช้ให้ทำการเอาปากกาวางบนฝ่ามือแล้วใช้มือกลิ้งไปมาจนกว่าตัวยาจะผสมเข้ากัน (ห้ามใช้วิธีการเขย่าตัวยาเพราะจะทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ)
- เอาจุกหัวเข็มออก
- ปรับตัวเลขให้ตรงกับปริมาณยาที่จะต้องใช้ในการฉีดหรือตามจำนวนที่หมอแนะนำ
- ใช้แผ่นแอลกอฮอล์เช็ดผิวในจุดที่จะฉีดเพื่อฆ่าเชื้อ
- กดเข็มเข้าไปยังชั้นผิว
- ใช้นิ้วโป้งในการกดปุ่มฉีดยา กดเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงแกร็ก ซึ่งจะแสดงว่าได้ฉีดยาครบตามจำนวนโดสแล้ว
- อย่าพึ่งเอาเข็มออก ให้เอาค้างไว้ประมาณ 6 วินาทีจากนั้นค่อยดึงเอาเข็มออกจากร่างกาย
- ปิดจุกเข็ม (โดยไม่ต้องเช็ดทำความสะอาดปลายเข็ม) ใส่ฝาปากกาแล้วเก็บปากกาลดน้ำหนักไว้ในตู้เย็น
กรณีที่ต้องการเปลี่ยนหัวเข็ม
หัวเข็มของปากกาจะมาในรูปแบบกล่องพลาสติกที่จะต้องเปิดฝาออก เอาหัวเข็มใส่ที่ปลายปลอดยาแล้วปิดหมุนหัวเข็มเข้าปากกาให้แน่น
การเตรียมตัวก่อนใช้
ก่อนฉีดทุกครั้งสิ่งสำคัญก็คือการเตรียมผิว โดยจะต้องเลือกตำแหน่งที่จะฉีดแล้วใช้แผ่นแอลกอฮอล์หรือสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดผิวก่อนจึงจะเริ่มลงเข็มและฉีดยาได้
การดูแลตัวเองหลังใช้
- งดการนวด กดผิวในตำแหน่งที่ฉีด
- เลี่ยงการทานอาหารประเภทไขมันสูง น้ำตาลสูง
- ควบคุมการทานอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อให้น้ำหนักลดไวมากยิ่งขึ้น
วิธีการเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
ตัวปากกาลดน้ำหนักนั้นถือว่าจะต้องใช้วิธีการเก็บรักษาที่ค่อนข้างระมัดระวัง ดังนี้
- จะต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น 2-8 องศา แต่ไม่ควรเก็บในช่องแช่แข็ง
- ไม่ควรให้ตัวปากกาลดน้ำหนักสัมผัสกับแสงและความร้อนนานเกินไป
- เมื่อเปิดการใช้งานปากกาลดน้ำหนักแล้วจะสามารถมีอายุได้เพียงแค่ 30 วัน
อาการผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง? มีเล็กน้อยดังนี้
- เกิดรอยเข็ม รอยช้ำ ในตำแหน่งที่ฉีด : ซึ่งรอยดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไปได้เองภายใน 5-7 วัน
- อาการคลื่นไส้ ท้องอืด ท้องเสียอาการแน่นท้อง : โดยมีสาเหตุมาจากการตัวยาไปทำงานเกี่ยวข้องกับสมองที่สั่งการทำให้รู้สึกถึงความอิ่มเร็ว อิ่มนาน
- เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ : โดยมักจะพบได้กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
การใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ควรเลี่ยงในกลุ่มคนบางกลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรอยู่
- ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี
- ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบขึ้นตารุนแรง
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์
เปรียบเทียบปากกาลดน้ำหนัก VS วิธีลดน้ำหนักวิธีอื่น ๆ

และแน่นอนว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนักถือเป็นเพียงหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดน้ำหนักเท่านั้นแต่ในปัจจุบันก็ได้วิธีการลดน้ำหนักอย่างมากมาย ดังนี้
- การออกกำลังกาย : จะเป็นวิธีที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ช่วยลดการสะสมไขมันและช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อแก่ร่างกาย แต่วิธีนี้จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการเลือกใช้วิธีอื่น ๆ ร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
- การควบคุมการทานอาหาร : จะเน้นการคุมปริมาณแคลอรีที่จะต้องทานในแต่ละวัน และเน้นการลดการทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน ของทอดต่าง ๆ ซึ่งมีข้อดีคือจะส่งผลทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นและยังช่วยลดไขมันสะสม ระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย
- การทานยาลดน้ำหนัก : เป็นวิธีที่แพทย์ไม่แนะนำ เพราะมีความอันตรายต่อร่างกายและยังเสี่ยงก่อให้เกิดอาการโยโย่หลังทำได้อีกด้วย
- การทำ IF : เป็นวิธีการคุมอาหารตามเวลา โดยจะมีการแบ่งช่วงเวลาทาน และช่วงเวลาที่งดทานอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลได้ดี เหมาะกับคนที่ไม่ชอบกินจุกจิก และยังสามารถทานอาหารตามใจปากได้อยู่บ้าง
- การทานอาหารคีโต : จะเป็นวิธีการคุมน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่เน้นโปรตีนและไขมันดี เพื่อให้ร่างกายสามารถนำเอามาใช้เป็นพลังงานเป็นหลัก เป็นวิธีที่ช่วยลดน้ำหนักได้ดีแต่อาจจะต้องระวังเรื่องของการขาดสารอาหาร
แนะนำโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก Slimera ของกังนัมคลินิก
สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานพยาบาลเพื่อใช้บริการปากกาลดน้ำหนักอยู่นั้น เราขอแนะนำโปรแกรม Slimera ปากกาลดน้ำหนัก กังนัมคลินิก เราใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากอย.ไทยและอย.อเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจในเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัยในระยะยาว
นอกจากนั้นคนไข้ทุกคนที่รับบริการปากกาลดน้ำหนักจะเป็นการรับบริการที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนคำนวณปริมาณยาที่จะใช้ในแต่ละครั้งให้เพื่อป้องกันการโอเวอร์โดสหรือการใช้ปริมาณยาที่น้อยเกินไปจนไม่เห็นผล
โปรโมชั่นปากกาลดน้ำหนัก Slimera
สำหรับโปรโมชั่นปากกาลดน้ำหนักที่กังนัมคลินิกนั้นเรามีให้เลือกถึง 2 โปรโมชั่นหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
การซื้อแบบเข็มสำหรับฉีดเองที่บ้าน ราคา 13,000 ได้ 16 dose
และสำหรับใครที่ไม่อยากฉีดเองที่กังนัมเราเองก็มีโปรแกรมฉีดที่คลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญในราคา
- 1 dose 999 บาท
- 4 dose 3,900 บาท
- 8 dose 7,500 บาท
- 16 dose 13,500 บาท
(มีการเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ทุกครั้งที่ฉีด)
คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก
ใช้ปากกาลดน้ำหนักตอนฉีดเจ็บไหม
เนื่องจากเข็มของปากกาลดน้ำหนักนั้นมีขนาดที่เล็กมาก ๆ ทำให้ในระหว่างฉีดจะรู้สึกเจ็บเพียงแค่เล็กน้อยเหมือนมดกัด แต่ทั้งนี้ก่อนฉีดควรจะต้องให้ตัวยาอยู่ในอุณหภูมิห้องก่อน เพราะหากฉีดตอนตัวยาเย็น ๆ จะทำให้รู้เจ็บเพิ่มมากขึ้นได้
ปากกาลดน้ำหนักเอาขึ้นเครื่องได้ไหม
ปากกาลดน้ำหนักสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และควรใส่ในสัมภาระที่จะถือขึ้นเครื่อง (Carry on) แต่ทั้งนี้จะต้องมีการแจ้งทางสายการบินก่อนทุกครั้ง
ปากกาลดน้ำหนัก 1 ด้ามใช้งานได้กี่ครั้ง
จำนวนครั้งในการฉีดนั้นโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 10-17 ครั้งต่อด้าม แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณโดสยาของแต่คนตามแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้ด้วย เนื่องจากคนไข้แต่ละคนจะมีการใช้ปริมาณโดสยาที่แตกต่างกันนั่นเอง
ใช้ปากกาลดน้ำหนักเสี่ยงเกิดโยโย่ได้จริงไหม
การใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นถือว่าเสี่ยงทำให้เกิดอาการโยโย่ขึ้นได้ เนื่องจากตัวยาจะไปทำให้เรารู้สึกไม่หิวหรืออิ่มเร็วทำให้เรารับแคลอรีเข้าร่างกายได้น้อยลง ร่างกายจึงจะมีการดึงเอาพลังงานจากกล้ามเนื้อและไขมันเราไปใช้ แต่จะเลือกเอาพลังงานจากกล้ามเนื้อ ดังนั้นหากใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วไม่มีการออกกำลังกายควบคู่จะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง และเมื่อหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักก็อาจทำให้เสี่ยงเกิดอาการโยโย่ขึ้นได้นั่นเอง
สรุป
ปากกาลดน้ำหนัก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วและเห็นผลลัพธ์ได้จริง ด้วยการฉีดตัวยาที่จะเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมสมองสั่งการส่วนควบคุมอารมณ์หิว ทำให้รู้ไม่ค่อยหิว อิ่มเร็ว อิ่มนานขึ้นน้ำหนักในร่างกายจึงลงนั่นเอง ซึ่งตัวปากกาลดน้ำหนักนั้นปัจจุบันถือว่าได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากอย.ไทยและอย.อเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ก็ควรใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
สอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการปากกาลดน้ำหนักกับทางกังนัมคลินิกได้ที่กังนัมคลินิกทุกสาขาหรือทาง Line : @gangnamclinic
ติดต่อกังนัมคลินิกทั้ง 43 สาขา
สะดวกสาขาไหนนัดได้เลยค่ะ ออนนี่รออยู่
กังนัมคลินิก สาขาสยามแควร์วัน ชั้น 6 ใกล้ธนาคารออมสิน
โทรศัพท์ : 090-665-3616. 091-196-6635. (Siam Square One)
ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตชั้น 3 โซนโรบินสัน
โทรศัพท์ : 093-626-2323. 093-669-2323. (Future Park Rangsit)
เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะชั้น 3 ใกล้ Dairy Queen
โทรศัพท์ : 082-461-9223. 082-461-9123. (Central Chaengwattana)
เมเจอร์ปิ่นเกล้าชั้น 2 ติด Never Say Cutzc
โทรศัพท์ : 084-228-3233. 084-238-3233. (Major Pinklao)
เซ็นทรัลปิ่นเกล้าชั้น 3 ใกล้วัตสัน
โทร : 062-396-2323. 062-359-2323. (Central Pinklao)
ชั้น 3 โซนกลาง ตรงข้ามกสิกร
โทร : 082-495-9123. 082-495-9132. (Seacon Square Srinakarin)
เซนทรัลลาดพร้าว ชั้น11 ติด Edufirst
โทรศัพท์ : 093-269-2323. 093-664-2323. (Central Ladprao)
(ติดแฟชั่นไอซ์แลนด์) ชั้น 3 ติดธนาคารกรุงไทย
โทรศัพท์ : 094-942-6932. 084-269-4536. (The Promenade)
เซ็นทรัลพระราม 2 ชั้น 3 ติดร้านชาตรามือ
โทรศัพท์ : 062-463-2323. 092-662-2323. (Central Rama 2)
สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 5 ติดธนาคารกสิกรไทย
โทรศัพท์ : 062-498-2323. 062-449-2323. (Silom Complex)
เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 9 หน้าบันไดเลื่อน
โทรศัพท์ : 065-2462323 093-2452323 (CentralPlaza Grand Rama 9)
เซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 4 ใกล้ธนาคารกรุงศรี
โทรศัพท์ : 092-3592323 092-4692323
เดอะมอลล์ ท่าพระ ชั้น 11 ติดกับคลินิกกายภาพ
โทรศัพท์ : 065-4492323 098-5292323
เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 3 ใกล้ Fitness First
โทรศัพท์ : 063-6492323 062-5982323
ห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ชั้น 14 ตรงข้ามห้องประชุม
โทรศัพท์ : 092-6492323 098-4452323
ห้างซีคอนบางแค ชั้น 3 ใกล้ banana IT
โทรศัพท์ : 062-529-2323. 062-395-2323.
ห้างเซ็นทรัลเวสเกต ชั้น 2 ตรงข้ามวัตสัน
โทรศัพท์ : 098-469-2323. 098-426-2323.
ห้างเซ็นทรัลศาลายา ชั้น2 โซน Fashion Plus
โทรศัพท์ : 063-265-2323. 064-936-2323.
เทอมินอล 21 ชั้น ชั้น 3 โซน Japan
โทรศัพท์ : 062-4522323. 063-615-2323.
เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ชั้น4 โซน B
โทรศัพท์ : 065-614-1695. 093-226-2323.
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี ชั้น 3
โทรศัพท์ : 061-496-2323.
ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-553-2323.
ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช ชั้น 2
โทรศัพท์ : 098-245-2323.
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 061-538-2323, 062-352-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทรา ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-495-2323, 092-946-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยุธยา ชั้น 1
โทรศัพท์ : 098-693-2323, 098-696-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 3
โทรศัพท์ : 063-238-2323, 092-952-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 092-952-2323, 093-516-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น 2
โทรศัพท์ : 063-269-2323, 063-263-2323
ศูนย์การค้าเดอะมอลบางกะปิ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 061-554-2323, 062-425-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-9162323, 093-2492323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-3942323, 092-3922323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบลราชธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-4962323, 062-4642323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-4592323, 062-4262323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์
โทรศัพท์ : 092-5192323, 092-5262323
ศูนย์การค้เซ็นทรัลระยอง
โทรศัพท์ : 064-9352323 , 065-2642323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม
โทรศัพท์ : 063-6192323 , 065-5322323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์ : 0636452323, 0616152323
กังนัมคลินิก สาขาสยามแควร์วัน ชั้น 6 ใกล้ธนาคารออมสิน
โทรศัพท์ : 090-665-3616. 091-196-6635. (Siam Square One)
ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตชั้น 3 โซนโรบินสัน
โทรศัพท์ : 093-626-2323. 093-669-2323. (Future Park Rangsit)
เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะชั้น 3 ใกล้ Dairy Queen
โทรศัพท์ : 082-461-9223. 082-461-9123. (Central Chaengwattana)
เมเจอร์ปิ่นเกล้าชั้น 2 ติด Never Say Cutzc
โทรศัพท์ : 084-228-3233. 084-238-3233. (Major Pinklao)
เซ็นทรัลปิ่นเกล้าชั้น 3 ใกล้วัตสัน
โทร : 062-396-2323. 062-359-2323. (Central Pinklao)
ชั้น 3 โซนกลาง ตรงข้ามกสิกร
โทร : 082-495-9123. 082-495-9132. (Seacon Square Srinakarin)
เซนทรัลลาดพร้าว ชั้น11 ติด Edufirst
โทรศัพท์ : 093-269-2323. 093-664-2323. (Central Ladprao)
(ติดแฟชั่นไอซ์แลนด์) ชั้น 3 ติดธนาคารกรุงไทย
โทรศัพท์ : 094-942-6932. 084-269-4536. (The Promenade)
เซ็นทรัลพระราม 2 ชั้น 3 ติดร้านชาตรามือ
โทรศัพท์ : 062-463-2323. 092-662-2323. (Central Rama 2)
สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 5 ติดธนาคารกสิกรไทย
โทรศัพท์ : 062-498-2323. 062-449-2323. (Silom Complex)
เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 9 หน้าบันไดเลื่อน
โทรศัพท์ : 065-2462323 093-2452323 (CentralPlaza Grand Rama 9)
เซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น 4 ใกล้ธนาคารกรุงศรี
โทรศัพท์ : 092-3592323 092-4692323
เดอะมอลล์ ท่าพระ ชั้น 11 ติดกับคลินิกกายภาพ
โทรศัพท์ : 065-4492323 098-5292323
เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา ชั้น 3 ใกล้ Fitness First
โทรศัพท์ : 063-6492323 062-5982323
ห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ชั้น 14 ตรงข้ามห้องประชุม
โทรศัพท์ : 092-6492323 098-4452323
ห้างซีคอนบางแค ชั้น 3 ใกล้ banana IT
โทรศัพท์ : 062-529-2323. 062-395-2323.
ห้างเซ็นทรัลเวสเกต ชั้น 2 ตรงข้ามวัตสัน
โทรศัพท์ : 098-469-2323. 098-426-2323.
ห้างเซ็นทรัลศาลายา ชั้น2 โซน Fashion Plus
โทรศัพท์ : 063-265-2323. 064-936-2323.
เทอมินอล 21 ชั้น ชั้น 3 โซน Japan
โทรศัพท์ : 062-4522323. 063-615-2323.
เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ชั้น4 โซน B
โทรศัพท์ : 065-614-1695. 093-226-2323.
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดรธานี ชั้น 3
โทรศัพท์ : 061-496-2323.
ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-553-2323.
ศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช ชั้น 2
โทรศัพท์ : 098-245-2323.
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 061-538-2323, 062-352-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลรามอินทรา ชั้น 3
โทรศัพท์ : 065-495-2323, 092-946-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยุธยา ชั้น 1
โทรศัพท์ : 098-693-2323, 098-696-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 3
โทรศัพท์ : 063-238-2323, 092-952-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ชั้น 4
โทรศัพท์ : 092-952-2323, 093-516-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น 2
โทรศัพท์ : 063-269-2323, 063-263-2323
ศูนย์การค้าเดอะมอลบางกะปิ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 061-554-2323, 062-425-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-9162323, 093-2492323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-3942323, 092-3922323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบลราชธานี ชั้น 2
โทรศัพท์ : 092-4962323, 062-4642323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ ชั้น 1
โทรศัพท์ : 092-4592323, 062-4262323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์
โทรศัพท์ : 092-5192323, 092-5262323
ศูนย์การค้เซ็นทรัลระยอง
โทรศัพท์ : 064-9352323 , 065-2642323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม
โทรศัพท์ : 063-6192323 , 065-5322323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์ : 0636452323, 0616152323
ศูนย์การค้าเมกาบางนา ชัน 1
โทรศัพท์ : 098-994-2323, 098-894-2323
ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ชั้น 7
โทรศัพท์ : 0659532323, 0922622323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี ชั้น 1
โทร.095-269-2323, 095-239-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกระบี่ ชั้น G
โทร.092-628-2323, 092-536-2323
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก ชั้น 2